โอกินาวา (Okinawa) ทำไมคนที่นี่ถึงอายุเกิน 100 ปี

จากข้อมูลปี ค.ศ.2017 เกาะโอกินาวาแห่งญี่ปุ่นมีอัตราส่วนคนที่อายุเกิน 100 ปี ถึง 39.5 ต่อ 100,000 คน โดยผู้ชายมีอายุขัยเฉลี่ย 84 ปี และผู้หญิงมีอายุขัยเฉลี่ยพุ่งไปถึง 90 ปี (ค่าเฉลี่ยของโลกคือ 6.2:100,000) ถือได้ว่าเกาะแห่งนี้มีสัดส่วนของคนที่อายุยืนในจำนวนที่มากที่สุดของโลก

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ประชากรของเกาะโอกินาวามีอายุขัยได้มากกว่า 100 ปี มาทำความเข้าใจกันครับ กับ 5 ประเด็นสำคัญ

แผนที่หมู่เกาะโอกินาวา

คนโอกินาวา ทานผักเยอะมาก

โดยเมื่อเราไปลงดูอาหารของคนโอกินาวา จะพบว่าเป็นกลุ่มคนที่ทานพืชผักเยอะมาก โดยเฉพาะสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตนั้นมาจากพืชผักถึงราวๆ 80% (อีก 20% มาจากข้าว) โดยพืชผักที่ว่านั้นก็คือ มันเทศ (sweet potato) และกลุ่มพวกถั่วต่างๆ (legume) ซึ่งคาร์โบไฮเดรตพวกนี้มีใยอาหาร (fiber) ในสัดส่วนที่สูงทำให้อิ่มท้อง

นอกจากนี้ในมันเทศยังมีสาร Anthocyanin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีจำนวนมากครับ และเป็นผลจากพื้นที่ของเกาะโอกินาวาที่อยู่ในเขตกึ่งเขตร้อน (Subtropical) จึงส่งผลให้ปลูกมันเทศได้เกือบจะตลอดทั้งปีมาเป็นหลายศตวรรษแล้วครับ


คนโอกินาวา ทานเนื้อสัตว์น้อยมาก

ความแตกต่างที่สำคัญอย่างต่อมาของอาหารคนโอกินาวา คือ ปริมาณของเนื้อสัตว์ที่กินต่อวันนั้นถือว่าค่อนข้างน้อย (ในอดีตนั้นน้อยจนมาถึง 1% ของสัดส่วนพลังงานทั้งหมด และได้โปรตีนจากผักเกือบทั้งหมด จนอาจจะเรียกได้ว่าคนโอกินาวาเป็นมังสวิรัตก็ได้ครับ)

และถ้าจะกินเนื้อสัตว์จริงๆ เช่น เนื้อหมู ก็จะเป็นหมูที่เลี้ยงไว้ตามทุ่ง (free range) หมูที่กินหญ้าตามธรรมชาติเป็นอาหาร ไม่ได้เป็นหมูที่อยู่ตามในระบบโรงเลี้ยงกินอาหารเม็ดจากโรงงานอุตสาหกรรม (ซึ่งเนื้อหมูที่เลี้ยงแบบตามทุ่ง จะมีสัดส่วนของกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่สูงกว่า คือ มีไขมันดีมากกว่าโปรตีนทั่วไป)


คนโอกินาวา กินสาหร่ายทะเลเยอะมาก

เหนือขึ้นไปอีก ด้วยความที่อยู่ใกล้ทะเล คนโอกินาวาจึงกินสาหร่ายทะเล (seaweed) ที่เรียกว่า คมบุ Kombu เยอะมาก ซึ่งสาหร่ายทะเลเหล่านี้ มีใยอาหารสูงมาก รวมถึง กรดไขมันโอเมก้า-3 คือ EPA และ DHA ในสัดส่วนที่สูงเช่นเดียวกัน ซึ่งเราไม่สามารถได้ง่ายๆตามอาหารทั่วไป

ทีนี้หลายๆคนก็คงจะสงสัยว่า กินโปรตีนน้อยขนาดนี้อยู่รอดมาได้อย่างไร ต้องย้อนไปดูว่าด้วยขนาดของรูปร่างคนโอกินาวาที่ไม่ได้สูงใหญ่เป็นทุนเดิม ถ้าเทียบกับตะวันตก ทำให้การความต้องการพลังงานขั้นต่ำจึงไม่ได้สูง และขนาดกล้ามเนื้อถือว่าไม่ได้เยอะ คนโอกินาวาจึงทานอาหารด้วยพลังงานเฉลี่ยเพียงราวๆ 1,900 กิโลแคลอรีในสัดส่วนของโปรตีนที่น้อย ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ราวๆ 2,000 กิโลแคลอรีขึ้นไป

หากสังเกตุอาหารญี่ปุ่นจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมาเป็นถาดหรือถ้วยเล็กๆ อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้ไม่สามารถนำไปเทียบกับคนที่ออกกำลังกายหรือเล่นกล้ามได้ แต่ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนอาหารสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เล่นกล้ามได้

สาหร่ายคมบุ Kombu

คนโอกินาวา ไม่ได้กินปลาเยอะแบบที่หลายคนคิด

แล้วปลาละ โอกินาวาเป็นหมู่เกาะตั้งอยู่กลางทะเล แต่ทำไมคนโอกินาวาถึงไม่ได้กินปลาเป็นอาหารหลัก ต้องมีคำถามนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะคนญี่ปุ่นเป็นชาติที่กินปลาเยอะมาก

ต้องย้อนกลับไปในอดีตที่โอกินาวาคือพื้นที่ของอาณาจักรริวกิว (Ryukyu Kingdom) ซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมแบบคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต แต่กลับได้อิทธิพลด้านอาหารมาจากอาณาจักรจีนหรือจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเด็นต่อมา ปลาที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะโอกินาวานั้นมีสายพันธุ์ที่ไม่หลากหลาย

ประเด็นสุดท้ายคือ ด้วยอุณหภูมิที่สูงเกือบตลอดทั้งปี มีฤดูหนาวที่สั้น (และไม่ได้หนาวกว่ายอดดอยบ้านเราสักเท่าไร) การเก็บอาหารสดไว้ตั้งแต่อดีตมาจึงไม่ใช่ที่คนที่นี่ทำกัน และซาซิมิจึงไม่ใช่อาหารจานหลักนั่นเองครับ

ส่วนแหล่งของโปรตีนก็มาจากสัตว์ที่เลี้ยงไว้ตามทุ่งนั่นเอง


คนโอกินาวา กินแค่ 80% อิ่ม

สุดท้ายนี้ที่สำคัญ คนโอกินาวา มีวัฒนธรรมการกินที่เรียกว่า ฮารา ฮาชิ บู Hari Hachi Bu ที่หมายถึงว่า หยุดกินก่อนที่จะรู้สึกอิ่ม หรือกินให้ถึงจุดที่ไม่รู้สึกหิวอีก กินแค่ประมาณ 80% ของกระเพาะอาหารถ้าคิดง่ายๆ ถามว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่ากินมาถึง 80% แล้วก็ต้องบอกว่าคนโอกินาวาได้ฝึกฝนการกินแบบมีสติ (mindfulness eating) มากันหลายชั่วอายุคน ซึ่งคนแบบเราเองก็สามารถทำได้แต่ต้องฝึก

I am full ฉันอิ่มแล้ว กับ I am no longer hungry ฉันไม่หิวแล้ว

สองคนน้ำดูเหมือนจะคล้ายกัน แต่จริงๆ อาจจะไม่เหมือนกัน ผมขอฝากไว้ทิ้งท้ายครับ สำหรับอีก 4 สถานที่ขอเก็บไว้เขียนต่อในคราวต่อไปครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.