ผลไม้ ที่เรากินในวันนี้แตกต่างกับผลไม้ในอดีตอย่างไร

หนึ่งในสาเหตุที่ทำไมคนสมัยก่อนกินผลไม้ แต่เรากลับไม่ค่อยพบคนอ้วนก็เพราะผลไม้ที่บรรพบุรุษเรากินกับผลไม้ที่เรากินตอนนี้ มันแตกต่างกันมากเหลือเกิน ทั้งรูปร่าง หน้าตา และที่สำคัญคือ “รสชาติ” และแน่นอนว่าสิ่งที่เรามองไม่เห็นก็คือ “คุณค่าทางโภชนาการ” ก็ย่อมแตกต่างกันด้วยเช่นกัน มาดูตัวอย่างผลไม้ที่เห็นแล้วจะต้องอึ้งกันครับ

โดยผมขอยกตัวอย่างผลไม้ 2 ชนิด ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มาให้เห็นภาพ


กล้วย (Banana)

กล้วยที่เรากินในปัจจุบันกับกล้วยในอดีตนั้นไม่เหมือนกัน ถ้าเรามีโอกาสย้อนเวลาไปสัก 3-4 ร้อยปีที่แล้ว ไปเดินอยู่ตลาดตอนช่วงกรุงศรีอยุธยา เราจะพบว่ากล้วยที่ขายในตลาดรูปร่างมันไม่มีสีเหลืองทองผิวเนียนเรียบ หวานอร่อย และพกพาสะดวกได้แบบทุกวันนี้

ปัจจุบันกล้วยหอมทองส่วนใหญ่มากกว่า 99% ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วโลกในปัจจุบันคือ “กล้วยหอมคาเวนดิช (Cavendish banana)” เนื่องจากคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการปลูกเพื่อการค้าและรสชาติที่ดี ทำให้มันเป็นที่นิยมปลูกอย่างรวดเร็วทั่วโลก

โดยกล้วยหอมคาเวนดิชนั้นจริงๆเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในแอฟริกาที่ประเทศมอริเชียส (Mauritius) ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิบริติช (British Empire) แล้วกล้วยได้ถูกส่งไปยังกรุงลอนดอนแล้วก็ได้แพร่หลายไปทั่วโลกตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่กล้วยหอมคาเวนดิชนั้นเป็นที่นิยมจนมาทดแทนกล้วยสายพันธุ์อื่นๆ ก็เพราะว่า ความอร่อย ความหอมหวาน และรสชาติของมันแบบที่เรากินกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ

แล้วกล้วยในอดีตหน้าตาเป็นอย่างที่บรรพบุรุษเรากินกัน ในเมืองไทยอาจจะต้องคิดภาพกล้วยสายพันธุ์ดั้งเดิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราเช่น กล้วยสายพันธุ์ Musa balbisiana เรียกแบบนี้อาจจะงง ถ้าบอกว่า “กล้วยตานี” น่าจะพอมองเห็นภาพว่า กล้วยตานี รสชาติเป็นอย่างไร

ลองคิดภาพดูครับมีใครที่เอากล้วยตานีมากินเล่นเป็นของว่างแบบปัจจุบันหรือไม่ครับ เราอาจจะกินกล้วยหอมได้เป็นหวีๆ แต่กล้วยตานีสัก 1 ลูก ก็อาจจะหาคนกินได้ยากมากแล้วครับ


แตงโม

แตงโมก็เป็นผลไม้อีกชนิดที่ถูกปรับรูปลักษณ์อย่างหนักผ่านทางกรรมวิธีการตัดแต่งพันธุ์ทั้งแบบธรรมชาติและพันธุวิศวกรรม โดยแตงโมเป็นหนึ่งในผลไม้โบราณที่มนุษย์รู้จักกันมาหลายพันธุ์ปีตั้งแต่สมัยฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ แต่รูปร่างหน้าตาของแตงโมโบราณเราจะเห็นได้จากภาพวาดของมนุษย์ในยุคศตรวรรษที่ 14 ที่เห็นได้ชัดเจนว่าแตงโมเมื่อ 6 ร้อยปีที่แล้วหน้าตาไม่เหมือนกับแตงโมที่เรากินในปัจจุบันซักเท่าไร

สมัยก่อนแตงโมนั้นเนื้อมีสีออกไปทางเหลืองอ่อนๆถึงแดงจางๆ รสชาติจะออกไปทางฝาดมากกว่าหวาน และสัดส่วนของเนื้อจะไม่ได้เยอะขนาดนี้ แตงโมเนื้อสีแดงเข้มฉุ่มฉ่ำอร่อยหวานมันคือสิ่งที่มนุษย์เราคัดสรรออกมาครับ และแน่นอนว่าปริมาณน้ำตาลต่อกรัมของแตงโมยุคปัจจุบันมากกว่าอดีตหลายเท่า


บทสรุป

จะเห็นว่าไม่น่าแปลกใจ ที่สมัยก่อนถ้าคนๆหนึ่งจะกินผลไม้ในปริมาณมาก น้ำตาลต่อวันก็อาจจะไม่เกินเกณฑ์ที่เราต้องการเนื่องด้วย เหตุผลแรกคือผลไม้ในสมัยก่อนไม่ได้รสหวานอร่อยแบบในปัจจุบัน และรูปลักษณ์อันชวนไม่น่าทานของมันก็ทำให้มนุษย์คงไม่ได้เลือกกินผลไม้เป็นอาหารว่างหรือกินตลอดเวลาแบบในปัจจุบันนี้

ในทางกลับกัน ในปัจจุบันนอกจากผลไม้ที่ถูก natural selection ร่วมกับมนุษย์เลือกแล้ว ทำให้นอกจากการกินผลไม้เป็นผลๆจะน้ำตาลสูงขึ้น เรายังเอาผลไม้เหล่านี้มาปั่นมาคั้นจนไม่เหลือกาก อันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ใครหลายๆคนได้รับปริมาณน้ำตาลเกินเกณฑ์ต่อวันไปโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเกิดซ้ำๆโดยที่ไม่รู้ตัว ฮอร์โมนอินซูลินที่ทำงานแย่ลงเรื่อยๆจะนำปสู่ภาวะการดื้ออินซูลินและกลายเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published.